ศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก ที่หยุดการแข่งขันไปเพราะโควิด-19 กลับมาระเบิดการแข่งขันกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นการใช้วิธีเดียวกันกับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกของยุโรป คือการยกไปเตะแบบทัวร์นาเม้นท์ม้วนเดียวจบ โดยใช้สนามจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ทั้งที่กาต้าร์ ยูเออีและซาอุดิอาระเบียศึกยูฟ่า

ในกลุ่มฝั้งตะวันออก ตัวแทนไทยลีกอย่างเชียงราย ยูไนเต็ดขอไปวัดความสามรถสโมสรอีกครั้ง ขณะที่ทางยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม สโมสรจากเอ็ม ลีกของมาเลเซียขอถอนตัว เนื่องจากปัญหาการเดินทางเข้าออกประเทศในช่วงโควิด-19

ปรากฎว่าในการลงแข่งขันที่กลับมาเล่นกันใหม่ ในสนามเป็นกลาง ตัวแทนจากจีน 3 ทีม ญี่ปุ่น 3 ทีม เกาหลีใต้ 3 ทีม ออสเตรเลีย 3 ทีมและไทย 1 ทีม มีสถิติการลงสนามบางส่วน

จีน-เกาหลีใต้ 4 คู่ จีนชนะ 2 เกาหลีใต้ชนะ 1 เสมอ 1

จีน-ออสเตรเลีย 3 คู่ จีนชนะ 3

เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น ยังไม่เจอกัน

จีน-ญี่ปุ่น 3 คู่ จีนชนะ 1 ญี่ปุ่นชนะ 2

เกาหลีใต้-ออสเตรเลีย 2 คู่ เกาหลีใต้ชนะ 2

เกาหลีใต้-ไทย เกาหลีใต้ชนะ

ภาพรวมของการแข่งขัน ญี่ปุ่นเหนือกว่าจีน จีนยังก้ำกึ่งกับเกาหลีใต้ เกาหลีใต้เหนือกว่าออสเตรเลียและไทย จีนก็เหนือกว่าออสเตรเลีย และหากจะบอกว่าออสเตรเลียเหนือกว่าไทยในตอนนี้ก็มีแนวโน้มเช่นนั้น

เรียงลำดับง่ายๆ ตามคุณภาพของทีมที่เข้าแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก

 เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก

กลุ่มฝั่งตะวันออกปีนี้ ญี่ปุ่นเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยจีนและเกาหลีใต้ จากนั้นเป็นออสเตรเลียและไทย

เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก

ความแตกต่างที่ชัดเจนของฟุตบอลญี่ปุ่นกับชาติอื่นๆ คือความเป็นฟุตบอลสมัยใหม่ ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างผู้เล่น ระบบ และการวิเคราะห์การเล่น ในจุดนี้ทีมจากญี่ปุ่นและเจลีกทำไว้ได้ดีมากๆ แน่นอนว่าผู้เล่นดังๆ ถ้าเผชิญหน้าหรือวัดกันแบบตัวต่อตัว นักเตะดังๆ ของสโมสรจากลีกจีนถ้าเอามาเจอกับผู้เล่นของลีกที่เหลืออาจจะดีกว่ามาก แต่พอเข้าสู่การแข่งขันที่มากกว่านักเตะหนึ่งคนหรือสองคน ญี่ปุ่นมีการเล่นเป็นทีมที่ดีกว่า ต่อเนื่องกว่าและเป็นประสิทธิภาพสูงกว่า

เอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก

เกาหลีใต้มีการเล่นที่เป็นระบบแต่ยังไปไกลไม่เท่าญี่ปุ่น จีนเน้นหนักไปที่การพึ่งพานักเตะดังชาวต่างชาติมากเกินไป ส่วนออสเตรเลียยังขาดในเรื่องของผู้เล่นและระบบการเล่นระดับสูง ส่วนฟุตบอลไทยยังตามหลังในทุกเรื่องที่ว่าม

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะไม่ประสบความสำเร็จเวที โดยจำนวนครั้งเท่ากับทางเกาหลีใต้ แต่ในช่วง 5-6 ปีหลัง จากการที่เกาหลีใต้เผชิญหน้ากับจีนได้ด้วยสภาพใกล้เคียงกัน แต่ญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการเล่นเป็นทีมกว่า มันก็พอจะยกให้ญี่ปุ่นกับบอลสมัยใหม่ของพวกเขาดูจะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในการอยู่ระดับหัวแถวของฟุตบอลจากฝั่งตะวันออกต่อไปอีกหลายปี.ตต

ติดตามข่าวฟุตบอลได้ก่อนใครได้ที่นี่